SET: +12.45 ▲
MARKET WATCH

วิธีตรวจสอบประกันชีวิตที่มีอยู่ว่าเพียงพอหรือไม่

วิธีตรวจสอบประกันชีวิตที่มีอยู่ว่าเพียงพอหรือไม่
Fig 1. Market Visualization

หลายคนซื้อประกันชีวิตไปแล้วแต่ไม่เคยเปิดกรมธรรม์มาดูรายละเอียดเลยว่าเงินที่จะได้รับตอนวาเคซีย์หรือผลประโยชน์ตอนเสียชีวิตนั้นเพียงพอจริงหรือไม่ บทความนี้จะสอนวิธีตรวจสอบด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่ต้องเป็นนักวางแผนการเงินก็ทำได้

ทำไมต้องตรวจสอบประกันชีวิตที่มีอยู่

การซื้อประกันชีวิตแค่ครั้งเดียวแล้วลืมไปเลยไม่ใช่เรื่องถูกต้อง เพราะชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยิ่งมีครอบครัว มีบ้านผ่อน หรือมีลูกน้อย ความต้องการความคุ้มครองก็ยิ่งสูงขึ้น ถ้าประกันที่มียังคงเท่าเดิมอาจทำให้คนในครอบครัวเดือดร้อนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

วิธีตรวจสอบง่ายๆ คือ ใช้สูตร DIME ซึ่งนักวางแผนการเงินทั่วโลกใช้กัน

สูตร DIME คำนวณความต้องการประกัน

DIME ย่อมาจาก 4 ส่วนที่ต้องรวมกัน:

  • D — Debt: หนี้สินทั้งหมด เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ บัตรเครดิต รวมกันเป็นตัวเลข
  • I — Income: รายได้ที่ต้องการทดแทน ส่วนใหญ่แนะนำให้คูณ 10 เท่าของรายได้ต่อปี เพื่อให้ครอบครัวมีเวลาปรับตัว
  • M — Mortgage: ค่าผ่อนบ้านคงเหลือที่ยังต้องจ่าย ถ้ามีประกันชีวิตครอบคลุมส่วนนี้ได้ยิ่งดี
  • E — Education: ค่าเล่าเรียนลูกจนจบมหาวิทยาลัย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500,000-1,500,000 บาทต่อคน

เมื่อรวมทั้ง 4 ส่วนแล้ว ลบด้วยเงินออมที่มีอยู่แล้ว ตัวเลขที่เหลือคือความต้องการความคุ้มครองที่เหมาะสม

ขั้นตอนตรวจสอบด้วยตัวเอง

ขั้นตอนที่ 1 เปิดกรมธรรม์ทุกฉบับที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตแบบตลอดชีพหรือแบบชั่วระยะเวลา แล้วดูว่าผลประโยชน์ตอนเสียชีวิตเท่าไหร่

ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมหนี้สินทั้งหมดที่ยังคงค้างอยู่ รวมถึงค่าผ่อนบ้านที่เหลือ ค่ารถที่เหลือ และหนี้สินอื่นๆ

ขั้นตอนที่ 3 คำนวณรายได้ทดแทนที่ต้องการ โดยนำรายได้ต่อเดือนคูณ 12 แล้วคูณด้วยจำนวนปีที่ต้องการทดแทน แนะนำอย่างน้อย 5-7 ปี

ขั้นตอนที่ 4 นำผลรวมจากข้อ 2 และข้อ 3 บวกด้วยค่าเล่าเรียนลูก แล้วลบออกด้วยเงินเกษียณที่มี ตัวเลขที่ได้คือช่องว่างที่ต้องเติม

กรณีศึกษา: พี่มาร์ควัย 35 ปี

พี่มาร์คมีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน มีบ้านผ่อนเหลือ 2,000,000 บาท รถผ่อนเหลือ 500,000 บาท มีลูก 1 คน ค่าเล่าเรียนประมาณ 800,000 บาท เงินเกษียณมี 300,000 บาท

คำนวณตามสูตร DIME:

  • หนี้สิน 2,500,000 + รายได้ทดแทน 3,000,000 (50,000×12×5) + ค่าเล่าเรียน 800,000 = 6,300,000 บาท
  • ลบเงินเกษียณ 300,000 = ความต้องการความคุ้มครอง 6,000,000 บาท

ถ้าประกันที่มีอยู่เท่ากับ 2,000,000 บาท แสดงว่ามีช่องว่าง 4,000,000 บาทที่ต้องเติม

สัญญาณที่บอกว่าประกันที่มีไม่เพียงพอ

ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าเมื่อเกิดเหตุครอบครัวต้องขายทรัพย์สินถึงจะพอใช้จ่าย หรือคู่สมรสต้องตัดรายจ่ายอย่างมาก หรือไม่มีเงินเพียงพอจ่ายค่าเล่าเรียนลูกต่อ ถือว่าประกันที่มียังไม่เพียงพอ

สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบเป็นประจำทุกปี หรือทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญในชีวิต เช่น แต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน หรือเลื่อนตำแหน่ง

ถ้าสนใจเรื่องการวางแผนการเงินเพิ่มเติม ลองอ่านบทความเกี่ยวกับ กองทุนฉุกเฉิน และ การวางแผนเกษียณ ประกอบได้เลย

คำค้นที่เกี่ยวข้อง

วางแผนการเงิน, ประกันชีวิต, ตรวจสอบประกัน, ความคุ้มครอง, ผลประโยชน์ประกัน, เงินเวนคืน, กองทุนฉุกเฉิน, การเงินครอบครัว

เริ่มพอร์ตการลงทุนของคุณ

คว้าทุกโอกาสในตลาดการเงิน เปิดบัญชี ซื้อขายหุ้น และกองทุนรวม พร้อมรับสิทธิประโยชน์สูงสุดผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตรของเรา