SET: +12.45 ▲
MARKET WATCH

ทำไมคนเงินเดือนควรมีบัญชีเงินฝากหลายบัญชี

ทำไมคนเงินเดือนควรมีบัญชีเงินฝากหลายบัญชี
Fig 1. Market Visualization

คนส่วนใหญ่มักมีบัญชีเงินฝากแค่บัญชีเดียว เงินเดือนเข้ามาก็รวมกันอยู่ในที่เดียว พอเห็นตัวเลขในบัญชีแล้วรู้สึกว่ามีเงินเยอะ ใช้ไปเรื่อยๆ จนสิ้นเดือนก็เหลือน้อย นี่คือปัญหาที่หลายคนเจอทุกเดือน แต่วิธีแก้ไม่ได้ยากเลย — เพียงแค่ แบ่งเงินฝากออกเป็นหลายบัญชี

ทำไมการแบ่งบัญชีถึงช่วยจัดการเงินได้ดีขึ้น

เมื่อเงินทั้งหมดอยู่ในบัญชีเดียว เรามักไม่รู้ว่าเงินส่วนไหนเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินส่วนไหนเป็นเงินออม และเงินส่วนไหนเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน พอมองเห็นตัวเลขรวมๆ แล้วใจร้อนอยากใช้ การแบ่งบัญชีช่วยสร้าง ความชัดเจน ในการจัดสรรเงิน แต่ละบัญชีมีเป้าหมายของตัวเอง ทำให้เราเห็นว่าเงินที่เหลือใช้จ่ายได้จริงเท่าไหร่

อีกเหตุผลหนึ่งคือเรื่อง ดอกเบี้ย บางธนาคารมีโปรโมชันเงินฝากประจำที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา ถ้าแบ่งเงินไปฝากประจำได้ ก็จะได้ผลตอบแทนมากขึ้น โดยไม่กระทบเงินที่ต้องใช้จ่ายประจำวัน

แบ่งบัญชีอย่างไรให้เหมาะกับมนุษย์เงินเดือน

วิธีที่นิยมใช้คือแบ่งตาม เป้าหมายทางการเงิน โดยเฉพาะ 4 บัญชีหลักที่ควรมี:

บัญชีที่ 1 — ค่าใช้จ่ายประจำ (Needs Account) เงินสำหรับค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าบัตรเครดิต ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน ควรแบ่งเงินเข้าบัญชีนี้ก่อน แล้วค่อยใช้จ่ายจากบัญชีนี้เท่านั้น

บัญชีที่ 2 — เงินออมระยะสั้น (Savings Account) เงินสำหรับวางแผนซื้อของใหญ่ในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า เช่น มือถือใหม่ ทีวี หรือค่าเที่ยว บัญชีนี้ควรเป็นบัญชีออมทรัพย์ที่ถอนได้ง่าย แต่ไม่ควรเอาไปใช้ในวันที่ไม่จำเป็น

บัญชีที่ 3 — เงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) เงินที่สำรองไว้กรณีฉุกเฉิน เช่น ตกงาน ป่วย หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด แนะนำให้เก็บให้ได้อย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน บัญชีนี้ไม่ควรนำไปใช้เว้นแต่เป็นเรื่องฉุกเฉินจริงๆ

บัญชีที่ 4 — เงินลงทุนและออมระยะยาว (Investment Account) เงินที่เก็บไว้สำหรับเป้าหมายใหญ่ในอนาคต เช่น เกษียณ การซื้อบ้าน หรือการศึกษาบุตร เงินส่วนนี้อาจนำไปฝากประจำหรือลงทุนในกองทุนรวมเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเก็บเงินสดอย่างเดียว

วิธีจัดการหลายบัญชีให้ไม่ยุ่งยาก

หลายคนกังวลว่าบริหารหลายบัญชีแล้วจะสับสน วิธีง่ายๆ คือ ตั้ง Auto Transfer ทุกเดือนเมื่อเงินเดือนเข้า ให้แบ่งเงินเข้าแต่ละบัญชีตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ เช่น ค่าใช้จ่าย 50% เงินออม 20% เงินสำรองฉุกเฉิน 15% และเงินลงทุน 15% การตั้งอัตโนมัติช่วยให้ไม่ต้องมานั่งจัดทุกเดือน และเงินก็ถูกแบ่งไปตามเป้าหมายโดยอัตโนมัติ

อีกวิธีคือตั้งชื่อบัญชีในแอปธนาคารให้ชัดเจน เช่น "เงินค่าบ้าน" "เงินเที่ยว" "เงินฉุกเฉิน" จะได้มองเห็นทันทีว่าบัญชีไหนเป็นเงินสำหรับอะไร

ข้อควรระวัง

การแบ่งบัญชีไม่ได้หมายความว่าต้องเปิดบัญชีหลายที่จนจัดการไม่ไหว แค่ 3-4 บัญชีก็เพียงพอแล้ว เริ่มจากการดูว่าแต่ละเดือนเงินเข้าและเงินออกเป็นอะไรบ้าง แล้วจัดสรรให้เหมาะสม อย่าลืมเช็คยอดเงินในแต่ละบัญชีเป็นประจำ และปรับสัดส่วนตามรายได้ที่เปลี่ยนไป

การมีบัญชีหลายบัญชีเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้การจัดการเงินของคุณมีระเบียบมากขึ้น ลดการใช้จ่ายเกินตัว และทำให้เห็นภาพรวมการเงินได้ชัดเจนขึ้น ถ้าคุณยังมีบัญชีเดียว ลองเริ่มแบ่งดูได้เลย

คำค้นที่เกี่ยวข้อง

การเงินส่วนบุคคล, การออมเงิน, บัญชีเงินฝาก, เงินสำรองฉุกเฉิน, การจัดการเงิน, วางแผนการเงิน, มนุษย์เงินเดือน, การลงทุน, ดอกเบี้ยเงินฝาก, เป้าหมายทางการเงิน

เริ่มพอร์ตการลงทุนของคุณ

คว้าทุกโอกาสในตลาดการเงิน เปิดบัญชี ซื้อขายหุ้น และกองทุนรวม พร้อมรับสิทธิประโยชน์สูงสุดผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตรของเรา