SET: +12.45 ▲
MARKET WATCH

วิธีใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้คุ้มค่าที่สุด ฉบับมนุษย์เงินเดือนไทย

วิธีใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้คุ้มค่าที่สุด ฉบับมนุษย์เงินเดือนไทย
Fig 1. Market Visualization

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร?

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund เป็นสวัสดิการที่นายจ้างจัดไว้ให้พนักงาน โดยหักเงินจากเงินเดือนฝากเข้ากองทุนเป็นรายเดือน และนายจ้างก็จะสมทบเงินเข้ากองทุนในสัดส่วนที่กำหนด ส่วนใหญ่อยู่ที่ 5-15% ของเงินเดือน ซึ่งถือเป็นเงินที่คุณจ่ายออกจากกระเป๋าจริงๆ แค่ครึ่งเดียว เพราะอีกครึ่งมาจากนายจ้าง

ข้อดีสำคัญของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือ สิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่หักได้สูงสุดถึง 500,000 บาท รวมกับ RMF ซึ่งเทียบกับการออมเงินแบบธรรมดา คุณจะได้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นบาทต่อปี

วิธีคำนวณเงินสมทบจากนายจ้าง

นายจ้างส่วนใหญ่จะสมทบให้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในวันที่เข้าร่วมกองทุน ยิ่งเข้าร่วมเร็ว ยิ่งได้เปรียบ เพราะเงินสมทบจะทำงานต่อเนื่องหลายสิบปี และได้ผลตอบแทนทบต้น

สมมติคุณเงินเดือน 30,000 บาท นายจ้างสมทบ 7% คุณก็จะได้เงินสะสมต่อเดือน 2,100 บาท โดยที่คุณจ่ายจริงแค่ 2,100 บาทเช่นกัน นั่นหมายความว่า รายได้ที่จะได้รับในอนาคตเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องใช้เงินจากกระเป๋าตัวเองเต็มๆ

ถ้าคุณทำงาน 30 ปี โดยไม่เคยย้ายกองทุนหรือถอนเงินออกก่อนกำหนด เงินก้อนนี้จะเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะถ้าเลือกกองทุนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ย 7-8% ต่อปี

วิธีเลือกกองทุนให้เหมาะกับตัวเอง

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีหลายนโยบายให้เลือก ตั้งแต่ aggressive (หุ้นสูง) ไปจนถึง conservative (พันธบัตร/เงินฝาก) คนที่อายุน้อยและเพิ่งเริ่มทำงาน ควรเลือกนโยบาย aggressive หรือ growth เพราะมีเวลาอีกนานกว่าจะเกษียณ และรับความเสี่ยงได้มากกว่า

เมื่ออายุมากขึ้นเริ่มใกล้เกษียณ ควรย้ายไปนโยบายที่ conservativer กว่าเดิม ลดความเสี่ยงก่อนถึงวันเกษียณ สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยให้เงินอยู่ในนโยบายเดิมตลอด โดยไม่ปรับเปลี่ยนตามวัย

ควรตรวจสอบผลการดำเนินงานของกองทุนทุกปี และปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ตลาดและระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนเกษียณ

ประโยชน์ทางภาษีที่ควรรู้

เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถ หักเป็นค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท รวมกับ RMF ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญที่ทำให้กองทุนนี้เป็นเครื่องมือวางแผนภาษีที่ดีมาก

นอกจากนี้ เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้ก็ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน จึงไม่ต้องเสียภาษีส่วนนี้ด้วย และเมื่อรวมกับเงินสมทบของตัวเอง คุณจะได้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นบาทต่อปี

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินได้ปานกลาง การใช้ประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างเต็มที่ สามารถลดภาษีได้มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่นที่ไม่มีสิทธิประโยชน์นี้

ข้อควรระวัง: ถอนเงินก่อนกำหนด

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีเงื่อนไขการถอนเงินที่ค่อนข้างเข้มงวด โดยทั่วไปต้องเกษียณอายุครบ 55 ปีขึ้นไป หรือออกจากงานและไม่ได้ทำงานที่ไหนอีก 6 เดือนขึ้นไป ถ้าถอนก่อนกำหนดจะเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับไปแล้ว และอาจถูกหักค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

ดังนั้น วางแผนการเงินให้รอดจนถึงวันเกษียณ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ถ้าสนใจเรื่องการวางแผนเกษียณอย่างครบถ้วน ลองอ่านบทความ วิธีเก็บเงินให้รวย และ แผนการเกษียณแบบ FIRE เพิ่มเติมได้เลย

คำค้นที่เกี่ยวข้อง

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, Provident Fund, วางแผนเกษียณ, การลงทุน, ภาษีเงินได้, RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ vs RMF, เงินเดือน, เกษียณ, มนุษย์เงินเดือน

เริ่มพอร์ตการลงทุนของคุณ

คว้าทุกโอกาสในตลาดการเงิน เปิดบัญชี ซื้อขายหุ้น และกองทุนรวม พร้อมรับสิทธิประโยชน์สูงสุดผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตรของเรา