วิธีลดหย่อนภาษี สำหรับมนุษย์เงินเดือนไทย ฉบับ 2026

การจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาระที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องเผชิญ แต่หลายคนไม่รู้ว่ามีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้มากกว่าที่คิด การวางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปีจะช่วยให้จ่ายภาษีน้อยลงอย่างถูกกฎหมาย และได้ประโยชน์ทางการเงินสูงสุด
สิทธิ์ลดหย่อนภาษีพื้นฐานที่ต้องรู้
มนุษย์เงินเดือนไทยมีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีในหลายรายการ โดยรายการแรกที่ทุกคนได้รับอัตโนมัติคือ ค่าใช้จ่าย (Expense) วงเงิน 60,000 บาท ครอบคลุมค่าลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ประกันชีวิต ดอกเบี้ยบ้าน และการบริจาคเงิน
ถัดมาคือ ค่าลดหย่อนส่วนตัว (Personal Deduction) วงเงิน 30,000 บาท ซึ่งได้รับโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม รวมแล้วฐานภาษีที่ลดลงอย่างน้อย 90,000 บาท ต่อปี
สำหรับผู้ที่มีคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ สามารถนำค่าลดหย่อนคู่สมรสมาลดร่วมได้อีก 30,000 บาท ทำให้ยิ่งมีภาระภาษีน้อยลง
กองทุน SSF และ RMF ตัวช่วยลดภาษีที่คุ้มค่า
กองทุน SSF (Super Savings Fund) และ RMF (Retirement Mutual Fund) เป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มมนุษย์เงินเดือน โดย SSF สามารถลงทุนได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป และลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท รวมกับการลดหย่อนอื่น ๆ ไม่เกิน 500,000 บาท
ส่วน RMF เน้นการออมเพื่อเกษียณโดยเฉพาะ ผู้ลงทุนต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และลงทุนสม่ำเสมอจนถึงเกษียณ ข้อดีคือเงินที่ลงทุนไปจะเติบโตขึ้นตามผลตอบแทนของกองทุน พร้อมกับได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีทุกปี
การลงทุนในกองทุนทั้งสองประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการวางแผนเกษียณไปพร้อมกับการลดภาษี โดยควรเริ่มลงทุนตั้งแต่เนื้อตัวเนื้อตรงยังมีรายได้สูงและอยู่ในกรอบภาษีที่ต้องจ่ายมาก
หากสนใจวางแผนการเงินหลังเกษียณ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ วางแผนเกษียณอย่างชาญฉลาด เพื่อเตรียมความพร้อมทางการเงินอย่างเป็นระบบ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันชีวิต
นอกจาก SSF และ RMF แล้ว กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ที่นายจ้างจัดให้ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการลดหย่อนภาษี โดยเงินสมทบจากนายจ้างสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ซึ่งบางองค์กรอาจสมทบให้สูงถึง 15% ของเงินเดือน
สำหรับ เบี้ยประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท สำหรับประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท รวมกับการลดหย่อนอื่น ๆ ภายในเพดานที่กฎหมายกำหนด
การเลือกซื้อประกันควรพิจารณาจากความต้องการที่แท้จริงของตัวเองก่อน ไม่ใช่เลือกเพราะต้องการลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการวางแผนภาษี เพิ่มเติมเพื่อใช้สิทธิ์ได้ครบถ้วน
การบริจาคและดอกเบี้ยบ้าน
เงินบริจาค เป็นอีกรายการที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยบริจาคให้โรงพยาบาลสาธารณะ มูลนิธิที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง หรือองค์กรการกุศล สามารถลดหย่อนได้ตามจำนวนที่บริจาคจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ
สำหรับผู้ที่มี ดอกเบี้ยบ้าน (Interest on Mortgage) ที่อยู่อาศัยที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง สามารถนำดอกเบี้ยที่จ่ายจริงมาลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท โดยต้องเป็นดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินที่ขึ้นทะเบียนกับธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อดีของการลดหย่อนจากดอกเบี้ยบ้านคือสามารถใช้ได้ทุกปีตลอดระยะเวลาผ่อนบ้าน ทำให้ภาระดอกเบี้ยที่จ่ายในแต่ละปีกลายเป็นส่วนที่ช่วยลดภาษีไปในตัว
เคล็ดลับจัดเก็บหลักฐานให้ครบถ้วน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการลดหย่อนภาษีคือ ไม่มีหลักฐานประกอบ เอกสารที่ต้องเก็บรักษาไว้ ได้แก่ หนังสือรับรองการซื้อกองทุน SSF และ RMF ใบเสร็จเบี้ยประกันชีวิต ใบรับเงินบริจาค และหนังสือรับรองดอกเบี้ยบ้านจากธนาคาร
ควรตรวจสอบว่าหนังสือรับรองทุกฉบับอยู่ในชื่อของตัวเองและออกในปีภาษีที่ต้องการลดหย่อน การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบจะช่วยให้การยื่นภาษีปลายปีราบรื่นและได้รับเงินคืนภาษีมากที่สุด
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
ลดหย่อนภาษี, วางแผนภาษี, มนุษย์เงินเดือน, ภาษีเงินได้บุคคล, SSF, RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี, ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อน, เงินบริจาคลดหย่อนภาษี
เริ่มพอร์ตการลงทุนของคุณ
คว้าทุกโอกาสในตลาดการเงิน เปิดบัญชี ซื้อขายหุ้น และกองทุนรวม พร้อมรับสิทธิประโยชน์สูงสุดผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตรของเรา