SET: +12.45 ▲
MARKET WATCH

วางแผนภาษีไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 อย่างไรให้ประหยัดสุด

วางแผนภาษีไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 อย่างไรให้ประหยัดสุด
Fig 1. Market Visualization

ไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 เริ่มต้นขึ้นแล้ว ช่วงเวลาที่มีความสำคัญมากสำหรับการวางแผนภาษี โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ประจำ ธุรกิจส่วนตัว หรือผู้ที่มีรายได้จากหลายแหล่ง การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ครบถ้วนและประหยัดเงินได้มากที่สุด

เช็ครายการรายได้ทั้งปี

ขั้นตอนแรกที่ต้องทำคือการรวบรวมเอกสารรายได้ทั้งหมดตลอดปี 2569 ไม่ว่าจะเป็น สลิปเงินเดือน ใบรับรองภาษี หัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) เงินได้จากการลงทุน ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือรายได้จากธุรกิจส่วนตัว การรวบรวมเอกสารตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เห็นภาพรวมว่าปีนี้มีรายได้ทั้งหมดเท่าไหร่ และควรเตรียมวางแผนอย่างไร

สำหรับพนักงานบริษัท ควรตรวจสอบว่านายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าหักไว้ไม่ถูกต้อง ยังมีเวลาแก้ไขกับนายจ้างก่อนสิ้นปี ส่วนผู้ที่มีรายได้จากหลายแหล่ง ควรคำนวณภาษีเบื้องต้นด้วยตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการยื่นภาษี

กองทุน SSF และ RMF ก่อนปีสิ้นสุด

กองทุน SSF (Super Savings Fund) และ RMF (Retirement Mutual Fund) เป็นเครื่องมือวางแผนภาษีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท รวมกับกองทุนอื่นๆ ที่เข้าเงื่อนไข

ข้อดีของการลงทุนในกองทุนเหล่านี้คือสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ทันทีในปีที่ลงทุน ยิ่งลงทุนเร็ว ยิ่งมีเวลาให้ผลตอบแทนทบต้นมากขึ้น สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยลงทุน ช่วงไตรมาสสุดท้ายเป็นเวลาที่ดีในการเริ่มต้น โดยเฉพาะหากต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับปี 2569

สำหรับผู้ที่มีประกันสะสมส่วนบำนาญ ควรตรวจสอบว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปนั้นอยู่ในเงื่อนไขการหักค่าลดหย่อนหรือไม่ เพราะประกันสะสมส่วนบำนาญสามารถหักลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท

ค่าลดหย่อนที่มักถูกมองข้าม

นอกเหนือจากกองทุน SSF และ RMF แล้ว ยังมีค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม หนึ่งในนั้นคือค่าบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะค่าจิตใจนายจ้างที่จ่ายให้พนักงาน ซึ่งสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 15,000 บาท รวมถึงค่าบริการสถานพยาบาลของบิดามารดา คู่สมรส หรือบุตรที่ไม่มีเงินได้

ประกันชีวิตแบบบำนาญก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองแล้ว ยังสามารถนำเบี้ยประกันไปหักค่าลดหย่อนได้อีกด้วย ผู้มีเงินได้ที่มีประกันสุขภาพแบบบำนาญควรตรวจสอบว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งปีมียอดเท่าไหร่ และสามารถนำไปหักลดหย่อนได้หรือไม่

สำหรับผู้ที่มีดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน ควรเก็บหลักฐานดอกเบี้ยที่จ่ายไว้ เพราะสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท รวมกับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาบุตรอีก 100,000 บาท ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่หลายคนไม่รู้

การบริจาคและการลงทุนอื่นๆ

การบริจาคเงินให้องค์กรสาธารณกุศลที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากรสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายได้ถึงร้อยละ 10 ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย หากบริจาคให้กองทุนการศึกษาที่กำหนด สามารถหักได้สูงสุดถึงร้อยละ 25 การวางแผนบริจาคให้คุ้มค่าทางภาษีมากที่สุดควรพิจารณาจำนวนเงินที่จะบริจาคให้เหมาะสมกับรายได้ของตัวเอง

นอกจากนี้ กองทุน ThaiESG ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยสามารถลงทุนในกองทุน ThaiESG เพื่อนำไปหักค่าใช้จ่ายได้ โดยวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาการลงทุน ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิประโยชน์นี้ควรรีบพิจารณาลงทุนก่อนสิ้นปี

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัว ควรจัดทำบัญชีให้เรียบร้อยและเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ รวมถึงตรวจสอบว่าการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินถูกต้องหรือไม่ การเตรียมเอกสารล่วงหน้าจะช่วยให้การยื่นภาษีปลายปีเป็นไปอย่างราบรื่น

ถ้าสนใจเรื่องการวางแผนการเงินเพื่อเกษียอายุ ลองอ่านบทความเรื่อง การวางแผนเกษียณอายุสำหรับคนวัย 30 เพื่อเตรียมตัวได้ตั้งแต่วันนี้ และหากต้องการทำความเข้าใจเรื่องกองทุนต่างๆ เพิ่มเติม บทความ Provident Fund คืออะไร จะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น

สรุป

การวางแผนภาษีไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ไม่ใช่เรื่องยากหากเตรียมตัวล่วงหน้า เริ่มจากการรวบรวมเอกสารรายได้ ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มี และพิจารณาลงทุนในกองทุนที่เข้าเงื่อนไขก่อนสิ้นปี การวางแผนที่ดีจะช่วยให้สามารถประหยัดภาษีได้มากขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการยื่นภาษีประจำปีอย่างมั่นใจ

คำค้นที่เกี่ยวข้อง

วางแผนภาษี, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, หักค่าใช้จ่ายภาษี, กองทุน SSF, กองทุน RMF, ประหยัดภาษี 2569, ค่าลดหย่อนภาษี, ภาษีปลายปี

เริ่มพอร์ตการลงทุนของคุณ

คว้าทุกโอกาสในตลาดการเงิน เปิดบัญชี ซื้อขายหุ้น และกองทุนรวม พร้อมรับสิทธิประโยชน์สูงสุดผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตรของเรา